Rogue Galaxy: Director’s Cut
ローグギャラクシー ディレクターズカット-
Front Cover
-
Back Cover
ประสบการณ์เกมแนว Science Fantasy Action RPG ที่ยิ่งใหญ่ ผสมผสานการสำรวจดวงดาวเข้ากับการต่อสู้เชิงยุทธวิธีแบบ Real-time โดยฉบับ Director’s Cut ได้นำการเปลี่ยนแปลงที่เคยถูกทำขึ้นเพื่อการวางจำหน่ายในอเมริกา กลับมาให้ผู้เล่นชาวญี่ปุ่นได้สัมผัส ซึ่งเป็นเวอร์ชันที่มาก่อนการวางจำหน่ายในยุโรปที่มีการแก้ไขรายละเอียดเล็กน้อยในภายหลัง
คำอธิบาย
Rogue Galaxy: Director’s Cut พาผู้เล่นออกเดินทางไปพร้อมกับ Jaster Rogue ชายหนุ่มจากดาวทะเลทรายที่ถูกเข้าใจผิดและจับพลัดจับผลูเข้าร่วมกลุ่มโจรสลัดอวกาศ เนื้อหาหลักคือการท่องไปในระบบสุริยะอันหลากหลายเพื่อไขปริศนาของดาวเคราะห์ที่สูญหายไปในตำนาน ตัวเกมนำเสนอประเด็นเรื่องโชคชะตา จริยธรรมของการขยายอิทธิพลของบริษัทข้ามดาราจักร และมิตรภาพที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทางในกาแล็กซีที่ไร้กฎเกณฑ์ บรรยากาศของเกมโดดเด่นด้วยงานภาพแบบ Cel-shaded ที่มีชีวิตชีวาและดนตรีประกอบแนวออเคสตราที่ช่วยขับเน้นความยิ่งใหญ่ของฉากหลังที่เป็นดวงดาวต่างๆ ฉบับนี้ถือเป็นเวอร์ชันสมบูรณ์ที่ปรับปรุงจากเกมต้นฉบับในปี 2005 โดยได้นำเนื้อหาเพิ่มเติมและการปรับแต่งทางเทคนิคที่พัฒนาขึ้นระหว่างการทำ Localization สำหรับตลาดต่างประเทศกลับมาบรรจุไว้ด้วย
ระบบการเล่นเป็นแบบ Real-time combat ที่ผู้เล่นต้องควบคุมทีม 3 คนเพื่อปราบศัตรูผ่านการผสมผสานทั้งการโจมตีระยะประชิด อาวุธระยะไกล และทักษะพิเศษ ระบบการพัฒนาตัวละครที่สำคัญคือ Revelation Flow ซึ่งใช้ตารางเป็นอินเทอร์เฟซหลักในการปลดล็อกสกิลและค่าพลังโดยต้องใช้ไอเทมที่กำหนด ฉบับ Director’s Cut นี้เพิ่มดาว Alistia ซึ่งเป็นดาวเคราะห์แห่งน้ำที่มีศัตรูชนิดใหม่และเนื้อเรื่องย่อยเพิ่มเติม ระบบการสร้างไอเทมอย่าง Factory ก็ถูกปรับปรุงใหม่ให้ผู้เล่นสามารถจัดวางเครื่องจักรและสายส่งพลังงานเพื่อผลิตอุปกรณ์หายาก ระบบเทคนิคของเกมใช้เอนจินการสตรีมข้อมูลที่ช่วยตัดหน้าจอโหลดระหว่างการสำรวจออก ทำให้การเดินทางในแต่ละพื้นที่เป็นไปอย่างต่อเนื่องไม่สะดุด เช่นเดียวกับ Final Fantasy XII ในยุคเดียวกัน เกมนี้แสดงให้เห็นถึงคุณภาพการผลิตขั้นสูงและการผสมผสานกลไกแบบดั้งเดิมเข้ากับเกมแนวแอ็กชันได้อย่างลงตัว
นักวิจารณ์ในยุคนั้นต่างยกย่องความประณีตของงานภาพและปริมาณกิจกรรมเสริมที่มีมากมาย เช่น มินิเกม Insectron นักวิจารณ์ยังระบุว่าความสำเร็จทางเทคนิคในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ไร้รอยต่อถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับเกมแนวนี้บน PlayStation 2 การเพิ่มชุดใหม่ อาวุธ และดาวเคราะห์โบนัสในฉบับ Director’s Cut ได้รับการยอมรับว่าเป็นการยกระดับจากเวอร์ชันวางจำหน่ายครั้งแรกอย่างเห็นได้ชัด ในมุมมองย้อนหลัง นี่คือหนึ่งในเกมสวมบทบาทที่ทะเยอทะยานที่สุดในเชิงเทคนิคบนเครื่อง PS2 เป็นซอฟต์แวร์ปลายยุคที่ผลักดันขีดจำกัดของคอนโซลไปสู่ระดับใหม่ พร้อมมอบความรู้สึกมหัศจรรย์และสเกลความยิ่งใหญ่ที่หาได้ยากในแนว Space Opera
แผ่นข้อมูล
| ชื่อรายการ |
|
|---|---|
| ชื่อดั้งเดิม |
|
| รหัสสินค้า |
|
| หมายเลขสินค้า |
|
| ประเภท | |
| แนวเกม | |
| ภูมิภาค | |
| เขตการขาย | |
| บรรจุภัณฑ์ | |
| เอกสารประกอบ | |
| ผู้พัฒนา | |
| ผู้จัดจำหน่าย | |
| สื่อ | |
| จำนวนผู้เล่น | |
| โหมดวิดีโอ | |
| การจัดระดับ | |
| ราคาวางจำหน่าย |
|
| วันวางจำหน่าย | |
| วันที่เพิ่มเข้าไป |
|