Tom Clancy’s Splinter Cell: Pandora Tomorrow
-
Front Cover
-
Back Cover
เกมสายลับระทึกขวัญที่เน้นความตึงเครียดและงานภาพที่ผ่านการขัดเกลาทางเทคโนโลยี นำเสนอภารกิจจารกรรมระดับโลกที่ต้องอาศัยทักษะความชำนาญในการควบคุมแสงและเงาอย่างแม่นยำ นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของเนื้อเรื่องในซีรีส์ พร้อมแนะนำระบบการเล่นออนไลน์ในตำนานอย่าง Spies vs. Mercs และขยายขีดความสามารถทางยุทธวิธีของ แซม ฟิชเชอร์ ด้วยกลไกการเคลื่อนไหวใหม่ๆ เช่น การทำ SWAT turn และการผิวปากเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
คำอธิบาย
Tom Clancy’s Splinter Cell: Pandora Tomorrow คือภาคที่สองของซีรีส์ Splinter Cell โดยพัฒนาขึ้นบนเอนจินเกมที่ได้รับการปรับปรุงจากภาคแรก สานต่อเรื่องราวของ แซม ฟิชเชอร์ (Sam Fisher) เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการลับที่ทำงานให้กับหน่วยงาน Third Echelon ภายใต้ NSA ในภาค Pandora Tomorrow ผู้เล่นได้รับภารกิจในการยับยั้งภัยคุกคามจากการก่อการร้ายด้วยอาวุธชีวภาพที่เชื่อมโยงกับผู้นำกลุ่มติดอาวุธชาวอินโดนีเซีย สถานที่ปฏิบัติภารกิจครอบคลุมถึงป่าในติมอร์ตะวันออก สถานทูตสหรัฐฯ และรถไฟความเร็วสูงในประเทศฝรั่งเศส ตัวเกมให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับระบบการเล่นแบบ Stealth อาทิ กลไกแสงและเงา การนำทางในสภาพแวดล้อม การใช้กล้องตรวจจับความร้อน ปืนพกเก็บเสียง กล้องติดผนัง และอุปกรณ์ไฮเทคอื่นๆ เพื่อแทรกซึมเข้าสู่พื้นที่เป้าหมาย
จุดเด่นที่สำคัญของ Pandora Tomorrow คือโหมดมัลติเพลเยอร์ออนไลน์ ซึ่งนำเสนอรูปแบบการเล่นที่ไม่สมมาตร (Asymmetrical gameplay) โดยผู้เล่นสามารถเลือกรับบทเป็น Spies ที่เน้นความลอบเร้นในมุมมองบุคคลที่สาม หรือ Mercenaries ที่ติดอาวุธหนักในมุมมองบุคคลที่หนึ่ง ซึ่งแต่ละฝ่ายมีเป้าหมายและสไตล์การเล่นที่ชัดเจนแตกต่างกัน โหมดนี้ถือเป็นนวัตกรรมที่ล้ำสมัยในยุคนั้น และช่วยเพิ่มมูลค่าการเล่นซ้ำให้เหนือกว่าแค่โหมดเนื้อเรื่องหลักเพียงอย่างเดียว
แผ่นข้อมูล
| ชื่อรายการ |
|
|---|---|
| รหัสสินค้า |
|
| หมายเลขสินค้า |
|
| ชุด | |
| ประเภท | |
| แนวเกม | |
| ลักษณะเฉพาะ | |
| ภูมิภาค | |
| เขตการขาย | |
| บรรจุภัณฑ์ | |
| เอกสารประกอบ | |
| ผู้พัฒนา | |
| ผู้จัดจำหน่าย | |
| สื่อ | |
| จำนวนผู้เล่น | |
| อุปกรณ์เสริม | |
| โหมดเสียง | |
| การจัดระดับ | |
| วันวางจำหน่าย | |
| วันที่เพิ่มเข้าไป |
|
| ลิงก์ภายนอก |
|