Donkey Kong Bananza
ドンキーコングバナンザเกมแอ็กชันผจญภัยแพลตฟอร์ม 3D ที่มาพร้อมสภาพแวดล้อมที่ทำลายได้ทั้งหมด เปิดโอกาสให้ผู้เล่นปรับเปลี่ยนด่านและนิยามใหม่ของเกมแนวนี้ ตัวเกมถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างประณีตด้วยความเข้าใจและเคารพต่อรากเหง้าของซีรีส์อย่างลึกซึ้ง
คำอธิบาย
Donkey Kong Bananza คือการหวนคืนของตัวละครที่เก่าแก่ที่สุดจาก Nintendo ในรูปแบบเกมแพลตฟอร์ม 3D ครั้งใหม่ นี่คือเกม Donkey Kong ภาคใหม่ตัวจริงเกมแรกนับตั้งแต่ Tropical Freeze (2014, Wii U) และถือเป็นเกมแพลตฟอร์ม 3D แท้ๆ ภาคแรกในซีรีส์นับตั้งแต่ Donkey Kong 64 (1999, N64) ผู้เล่นจะได้สวมบทบาท Donkey Kong และ Pauline ในวัยรุ่นที่ปรากฏตัวในฐานะพันธมิตรปริศนาจากใต้ดิน เพื่อออกตามหา Banandium Gems กล้วยทองคำล้ำค่าและเดินทางไปยังแกนกลางของดวงดาวเพื่อไขว่คว้าวัตถุโบราณที่สามารถดลบันดาลพรได้ ทั้งคู่ต้องเผชิญหน้ากับบริษัทเหมืองแร่ VoidCo และผู้นำอย่าง Void Kong ในระหว่างการสำรวจระบบนิเวศใต้ดินลึกลับใต้ Ingot Isle
ระบบเกมนำเสนอกลไกสภาพแวดล้อมที่สามารถทำลายได้เกือบทั้งหมดแบบ Real-time ช่วยให้ผู้เล่นสร้างเส้นทางใหม่ ถล่มศัตรู หรือใช้เศษซากสิ่งของเป็นเครื่องมือในการเดินทาง การต่อสู้ และการไขปริศนา ท่าไม้ตายของ DK ประกอบด้วย Dive Punch, Hand Slap, Forward Roll และ Chunk Tear ที่เปิดโอกาสให้โต้ตอบกับฉากและศัตรูได้อย่างหลากหลาย ด้าน Pauline จะใช้พลังเสียงร้องเพื่อสะสม Bananergy สำหรับปลดปล่อยร่างจำแลงของ DK เช่น พลังมหาศาล (Kong Bananza), ความเร็ว (Zebra Bananza) และการบิน (Ostrich Bananza) ซึ่งแต่ละร่างมีความสามารถเฉพาะตัวที่โดดเด่น
ตัวเกมรักษาความสนุกในแบบฉบับเกมแพลตฟอร์มดั้งเดิมผสมผสานความทันสมัย ผู้เล่นสามารถสะสม Banandium Gems, เศษกล้วย, ทองคำ และฟอสซิล โดยอัญมณีจะใช้ปลดล็อกร่างและอัปเกรด ส่วนของสะสมอื่นๆ สามารถนำไปแลกไอเทมตกแต่ง ยาฟื้นพลัง และทักษะต่างๆ เกมนี้รองรับการเล่นแบบ Local Co-op 2 คนผ่าน Joy-Con หรือ GameShare โดยผู้เล่นคนหนึ่งควบคุม DK ส่วนอีกคนรับบท Pauline โดยใช้การเล็งแบบเมาส์ นอกจากนี้ยังมี Assist Mode สำหรับช่วยนำทาง ช่วยเล็ง และฟื้นฟูพลังชีวิต ทำให้เกมนี้เข้าถึงง่ายสำหรับผู้เล่นทุกวัย รวมถึงโหมดแกะสลักฉากที่ให้ผู้เล่นรังสรรค์พื้นที่ได้อิสระชวนให้นึกถึงช่วงต้นของ Mario 64 และ Mario Paint
โปรเจกต์นี้เริ่มพัฒนาบน Nintendo Switch รุ่นแรกก่อนจะย้ายมาสู่ Switch 2 เพื่อถ่ายทอดระบบสภาพแวดล้อมที่ทำลายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทีมพัฒนาภายในอย่าง Nintendo EPD Production Group No. 8 ผู้อยู่เบื้องหลัง Super Mario Odyssey นับเป็นเกมแพลตฟอร์มจาก Donkey Kong ที่พัฒนาภายใน Nintendo เองเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ Jungle Beat (2004, GameCube)
เกมได้รับเสียงชื่นชมอย่างกว้างขวางในด้านความคิดสร้างสรรค์ คุณภาพกราฟิก และนวัตกรรมการทำลายฉาก ถือเป็นเกมแม่เหล็กของเครื่อง Switch 2 ที่มักถูกเปรียบเทียบกับ Super Mario Odyssey ในแง่ของความทะเยอทะยานและผลลัพธ์ที่ทำออกมาได้ไร้ที่ติ และถูกยกให้เป็นหนึ่งในตัวเต็ง Game of the Year จากหลายสำนัก นี่คือประสบการณ์การเล่นที่เปี่ยมไปด้วยความสุขตั้งแต่ลูปเกมเพลย์ไปจนถึงเนื้อเรื่อง สำหรับผู้เล่นที่ชื่นชอบรายละเอียด เกมนี้ได้ซ่อนความทรงจำและอ้างอิงประวัติศาสตร์ของซีรีส์นับแต่ยุค 1980 ทั้ง DK, Lady (Pauline) และ Jumpman (Mario) ไว้อย่างครบถ้วน นี่คืองานศิลปะที่ซ่อนตัวอยู่ในรูปแบบเกมกระแสหลักที่ทั่วโลกต่างยอมรับ
แผ่นข้อมูล
| ชื่อรายการ |
|
|---|---|
| ชื่อดั้งเดิม |
|
| รหัสสินค้า |
|
| หมายเลขสินค้า |
|
| ชุด | |
| ประเภท | |
| แนวเกม | |
| เขตการขาย | |
| บรรจุภัณฑ์ | |
| ผู้พัฒนา | |
| ผู้จัดจำหน่าย | |
| ผู้กระจายสินค้า | |
| สื่อ | |
| จำนวนผู้เล่น | |
| อุปกรณ์เสริม | |
| โหมดวิดีโอ | |
| โหมดเสียง | |
| การจัดระดับ | |
| ราคาวางจำหน่าย |
|
| วันวางจำหน่าย | |
| วันที่เพิ่มเข้าไป |
|
| ลิงก์ภายนอก |
|