Hummer Badlands
-
Front Cover
-
Back Cover
เกมแข่งรถออฟโรดที่เน้นแบรนด์ Hummer และการทำลายล้างสภาพแวดล้อม เป็นที่จดจำจากรายชื่อรถที่ได้รับลิขสิทธิ์แท้และความพยายามในการผสมผสานฟิสิกส์ของรถหนักเข้ากับข้อจำกัดทางเทคนิคในช่วงปลายยุค PlayStation 2
คำอธิบาย
Hummer Badlands ฉีกแนวจากเกมแข่งรถบนถนนทั่วไปในยุคนั้น โดยมุ่งเน้นไปที่ประสบการณ์ออฟโรดแบบอาร์เคดสุดดิบที่ชูแบรนด์ Hummer เป็นจุดขายหลัก เกมนี้พยายามนิยามเกมแข่งรถบรรทุกหนักใหม่ให้กลายเป็นการแข่งขันที่เน้นการทำลายล้างและท้าทายภูมิประเทศ โดยให้ความสำคัญกับขนาดและพละกำลังมากกว่าความแม่นยำ นี่คือผลงานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งเปลี่ยนผ่านแนวเกมจากการแข่งแบบแรลลี่ในยุคที่ 5 ไปสู่รูปแบบลูกผสม ‘combat racing’ ที่เน้นฟิสิกส์และการปะทะอย่างดุดันบนเครื่อง PlayStation 2
ระบบการเล่นหลักหมุนเวียนอยู่กับโหมดอาชีพที่มาพร้อมรถ Hummer ที่ได้รับลิขสิทธิ์ถึง 19 รุ่น รวมถึงรุ่น H1, H2 และ H3 พร้อมด้วยรถรุ่นพิเศษที่ปรับแต่งขึ้นมาต่างหาก ไม่เหมือนกับเกมแข่งรถทั่วไปที่จะลงโทษผู้เล่นเมื่อขับออกนอกเส้นทาง เกมนี้กลับนำเสนอกลไก “Smash and Grab” ที่สนับสนุนให้ผู้เล่นพุ่งชนรั้ว ลังไม้ และรถคู่แข่งเพื่อหาทางลัดและเก็บไอเทมเพิ่มพลัง อีกหนึ่งฟีเจอร์สำคัญคือภารกิจ “Trophy” ที่เน้นการแสดงผาดโผนหรือการทำลายเป้าหมายแทนที่จะเน้นเพียงการเข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีโหมดแบ่งหน้าจอ (split-screen) ให้ผู้เล่นสองคนมาดวลความเร็วและปะทะกันในสนามแข่งขันตามสภาพแวดล้อมป่าเขาทั่วโลก
ในเชิงเทคนิค เกมนี้พัฒนาโดย Eutechnyx สตูดิโอที่มีชื่อเสียงด้านเอนจิ้นฟิสิกส์ยานยนต์ แต่ตัวเกมกลับถูกจำกัดด้วยงบประมาณในช่วงปลายอายุขัยของเครื่องเกม ข้อดีที่เห็นได้ชัดคือระบบช่วงล่างที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง ทำให้รถ Hummer แต่ละรุ่นตอบสนองต่อพื้นผิวที่ขรุขระและการกระแทกจากการลงพื้นได้สมจริง อย่างไรก็ตาม การเน้นฟิสิกส์ส่งผลเสียในด้านประสิทธิภาพ เฟรมเรตที่หน่วงและพื้นผิวสภาพแวดล้อมที่ดูไม่คมชัดตามไม่ทันความเร็วของรถในระดับสูง อีกหนึ่งประเด็นคือข้อจำกัดด้านลิขสิทธิ์แบรนด์ Hummer ที่ห้ามไม่ให้ตัวเกมแสดงความเสียหายเชิงกลของรถอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ขัดแย้งกับแนวคิดเรื่องการทำลายล้างในดินแดน Badlands
เมื่อวางจำหน่าย Hummer Badlands ได้รับเสียงวิจารณ์ในแง่ลบเป็นส่วนใหญ่ โดยนักวิจารณ์มองว่าเป็นเกมแข่งรถที่ขาดความโดดเด่นและน่าเบื่อ นิตยสารเกมต่างชื่นชมความแปลกใหม่ในการนำรถที่ได้รับลิขสิทธิ์มาใช้ แต่ติงว่าการควบคุมรถที่หนักอึ้งเหมือนขับเรือและงานออกแบบด่านที่ซ้ำซากทำให้เกมนี้กลายเป็นประสบการณ์ที่ลืมง่ายเมื่อเทียบกับ MotorStorm หรือ ATV Offroad Fury ในท้ายที่สุด เกมนี้ถูกจดจำว่าเป็นเพียงเกมเกรดรองที่วางขายในราคาประหยัด และเป็นเพียงเกร็ดเล็กๆ ในประวัติศาสตร์ของ Eutechnyx ที่ผู้คนมักจดจำในฐานะโปรเจกต์ที่แปลกตามากกว่าจะเป็นเกมที่สร้างนวัตกรรมให้กับแนวแข่งรถ
แผ่นข้อมูล
| ชื่อรายการ |
|
|---|---|
| รหัสสินค้า |
|
| หมายเลขสินค้า |
|
| ประเภท | |
| แนวเกม | |
| ภูมิภาค | |
| เขตการขาย | |
| บรรจุภัณฑ์ | |
| เอกสารประกอบ | |
| ผู้พัฒนา | |
| ผู้จัดจำหน่าย | |
| ผู้กระจายสินค้า | |
| สื่อ | |
| จำนวนผู้เล่น | |
| โหมดวิดีโอ | |
| การจัดระดับ | |
| วันวางจำหน่าย | |
| วันที่เพิ่มเข้าไป |
|