Tales of Rebirth
テイルズ オブ リバース-
Front Cover
-
Back Cover
การกลับมาสู่รากเหง้า 2D ที่งดงามตระการตาและเป็นเกมฉลองครบรอบ 10 ปีอย่างเป็นทางการ แม้จะไม่ได้เน้นการสำรวจแบบ 3D เหมือนภาคก่อนหน้า แต่เกมได้มอบหนึ่งในระบบการต่อสู้ที่ซับซ้อนที่สุดในซีรีส์ ควบคู่ไปกับเนื้อเรื่องที่จริงจังและเจาะลึกประเด็นเรื่องอคติทางเชื้อชาติและการอยู่ร่วมกัน
คำอธิบาย
Tales of Rebirth วางจำหน่ายในเดือนธันวาคมปี 2004 โดยถือเป็นผลงานชิ้นเอกที่เฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีของแฟรนไชส์จาก Namco เกมนี้ออกวางจำหน่ายเพียงสามเดือนหลังจากเวอร์ชันพอร์ตลง PS2 ของ Tales of Symphonia ทำให้ Rebirth ได้รับอานิสงส์จากการตลาดที่เข้มข้นตลอดทั้งปี พัฒนาโดย Team Destiny ซึ่งเป็นสตูดิโอภายในที่เน้นการขัดเกลาสุนทรียภาพแบบ 2D ดั้งเดิมของซีรีส์ เกมนี้จึงมีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากแนวทาง 3D ของฝั่ง Team Symphonia การนำเสนอเกมหลักที่สร้างขึ้นจากตัวละครสไปรต์ 2D ความละเอียดสูงและฉากหลังที่วาดด้วยมืออย่างวิจิตรบรรจง ทำให้ Namco สามารถตอบโจทย์กลุ่มผู้เล่นสายอนุรักษ์นิยมได้อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งผลักดันขีดความสามารถของฮาร์ดแวร์ PlayStation 2 ไปในทิศทางที่มีสไตล์และคงไว้ซึ่งรากเหง้าอย่างงดงาม
หัวใจสำคัญของกลไกใน Rebirth คือระบบ Three-Line Linear Motion Battle System (3L-LMBS) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนจังหวะการต่อสู้แบบเดิมอย่างสิ้นเชิง แทนที่จะเป็นระนาบ 2D เดียวหรือพื้นที่ 3D แบบอิสระ สนามรบจะถูกแบ่งออกเป็นสามเลนแนวนอน ผู้เล่นต้องสลับเลนไปมาเพื่ออ้อมหลังศัตรู หลบการโจมตีวงกว้าง และคุ้มกันผู้ใช้เวทมนตร์ นอกจากนี้ เกมยังยกเลิกระบบ Technical Points (TP) แบบดั้งเดิมและแทนที่ด้วย “Force Gauge” ซึ่งเป็นเกจพลังที่ฟื้นฟูได้เองและต้องบริหารจัดการระหว่างการรุกและการเยียวยาอย่างระมัดระวัง เกจนี้ช่วยเพิ่มมิติเชิงยุทธวิธีที่ต้องใช้จังหวะและการควบคุมที่แม่นยำสูงกว่าภาคก่อนๆ เนื้อเรื่องของเกมมีความทะเยอทะยานไม่แพ้กัน โดยติดตามการเดินทางของตัวเอก Veigue Lungberg พร้อมสำรวจความขัดแย้งทางเชื้อชาติและอุดมการณ์ระหว่างเผ่าพันธุ์ Huma ที่ดูคล้ายมนุษย์ และเผ่าพันธุ์ Gajuma ที่มีลักษณะคล้ายสัตว์ โดยได้ฉากคัตซีนแอนิเมชันสุดลื่นไหลจาก Production I.G และเพลงเปิดที่ให้ความรู้สึกโหยหาอย่าง Good Night จากวง Every Little Thing ทำให้งานภาพและเสียงของภาคนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในภาคที่กลมกลืนและมีบรรยากาศยอดเยี่ยมที่สุดในซีรีส์
Tales of Rebirth ถือเป็นจุดสูงสุดของเกม RPG แบบ 2D บน PlayStation 2 เนื่องจากไม่เคยมีการแปลภาษาอย่างเป็นทางการสำหรับตลาดตะวันตก เวอร์ชัน NTSC-J นี้จึงยังคงเป็นประสบการณ์ดั้งเดิมของวิวัฒนาการในซีรีส์แขนงนี้ ท้ายที่สุดแล้ว Rebirth คือจุดสูงสุดของงานสไปรต์จาก Team Destiny ก่อนที่อุตสาหกรรมจะเปลี่ยนผ่านสู่ยุค 3D เต็มตัวในทศวรรษต่อมา ซึ่งตอกย้ำสถานะของเกมในฐานะบทบันทึกที่ลึกซึ้งและกล้าหาญในประวัติศาสตร์ของซีรีส์นี้
แผ่นข้อมูล
| ชื่อรายการ |
|
|---|---|
| ชื่อดั้งเดิม |
|
| รหัสสินค้า |
|
| หมายเลขสินค้า |
|
| ชุด | |
| ประเภท | |
| แนวเกม | |
| ภูมิภาค | |
| เขตการขาย | |
| บรรจุภัณฑ์ | |
| เอกสารประกอบ | |
| ผู้พัฒนา | |
| ผู้จัดจำหน่าย | |
| สื่อ | |
| จำนวนผู้เล่น | |
| อุปกรณ์เสริม | |
| การจัดระดับ | |
| ราคาวางจำหน่าย |
|
| วันวางจำหน่าย | |
| วันที่เพิ่มเข้าไป |
|