Mario & Sonic at the Sochi 2014 Olympic Winter Games
マリオ&ソニック AT ソチオリンピックเกมรวมกีฬาสุดตระการตาที่มาพร้อมงานภาพระดับ HD และเป็นจุดเริ่มต้นของการนำระบบผู้เล่นหลายคนแบบออนไลน์มาสู่แฟรนไชส์เป็นครั้งแรก แม้ระบบการเล่นจะยังคงความคุ้นเคยจากภาคก่อนหน้าอยู่บ้าง
คำอธิบาย
Mario & Sonic at the Sochi 2014 Olympic Winter Games คือภาคที่สี่ของซีรีส์รวมกีฬาโอลิมปิกที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ทีมพัฒนา Sega Sports R&D ได้นำแฟรนไชส์ครอสโอเวอร์สุดฮิตนี้มาลงบนเครื่อง Wii U โดยมุ่งเน้นการใช้ประโยชน์จากฮาร์ดแวร์ใหม่ผ่านการผสมผสานกลไกการเล่นระหว่างระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวแบบดั้งเดิมของ Wii Remote และฟีเจอร์จอสัมผัสแบบอสมมาตรของ Wii U GamePad เพื่อถ่ายทอดบรรยากาศของการแข่งขันกีฬาฤดูหนาวครั้งที่ 22 ณ ประเทศรัสเซีย เกมนี้ถูกวางจำหน่ายเป็นเกมแม่เหล็กในช่วงเทศกาลเพื่อหวังกระตุ้นยอดขายให้กับคอนโซลที่กำลังเผชิญกับความท้าทายในขณะนั้น
ประสบการณ์การเล่นประกอบไปด้วยอีเวนต์มาตรฐาน 16 รายการ และ “Dream Events” อีก 8 รายการที่เพิ่มความสนุกแบบหลุดโลกในฉากจากจักรวาลของ Mario และ Sonic การดำเนินเกมหลักอาศัยความเชี่ยวชาญในการควบคุมที่แตกต่างกันตามประเภทกีฬา เช่น กีฬาสกีและสเกตลีลาที่ต้องอาศัยความแม่นยำของ Wii Remote Plus ในขณะที่กีฬาอย่างไบแอธลอนและสเกเลตันจะเน้นการใช้เซนเซอร์ไจโรสโคปและหน้าจอสัมผัสของ GamePad นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มโหมด “Legends Showdown” ซึ่งเป็นแคมเปญผู้เล่นเดี่ยวที่ให้ผู้เล่นผ่านด่านในพื้นที่ต่างๆ เพื่อเอาชนะบอส และโหมด “Action & Answer Tour” ที่ผสมผสานการเล่นกีฬาเข้ากับมินิเกมตอบคำถาม
ในเชิงเทคนิค เกมนี้ถือเป็นการก้าวเข้าสู่ยุค HD ของซีรีส์อย่างแท้จริงด้วยงานภาพที่คมชัดและสีสันสดใส ตัวละครจากทั้งสองแฟรนไชส์ถูกถ่ายทอดออกมาด้วยความละเอียด 1080p พร้อมฟิสิกส์ของหิมะและระบบแสงที่สมจริง ซึ่งเป็นการก้าวกระโดดจากยุค Wii ที่มีความละเอียดมาตรฐาน นอกจากนี้ยังเป็นภาคแรกที่นำระบบจับคู่ออนไลน์มาให้ผู้เล่นได้แข่งขันกันทั่วโลกใน 4 อีเวนต์หลัก (Ski Cross, Snowboard Cross, Short Track Speed Skating และ Winter Sports Champion Race) เพื่อสะสมคะแนนให้กับประเทศของตน อย่างไรก็ตาม เกมยังคงมีปัญหาด้านโครงสร้างและจังหวะการเล่น การสลับเปลี่ยนอุปกรณ์ระหว่าง Wii Remote และ GamePad ที่ยุ่งยากส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องในการเล่นแบบปาร์ตี้ รวมถึงระบบสอนเล่นที่ไม่สามารถกดข้ามได้ซึ่งทำให้การเข้าถึงเมนูต่างๆ ล่าช้า
เกมได้รับเสียงวิจารณ์ที่หลากหลายและถือเป็นหนึ่งในภาคที่ได้รับคะแนนน้อยที่สุดของซีรีส์ นักวิจารณ์ชื่นชมงานภาพความละเอียดสูงที่สวยงามและความสนุกใน Dream Events แต่ตำหนิเรื่องกลไกการเล่นที่นำมาจากภาค Vancouver 2010 มาใช้ซ้ำ รวมถึงข้อกำหนดการสลับอุปกรณ์ที่ค่อนข้างยุ่งยาก หากมองย้อนกลับไป เกมนี้เป็นภาคที่เล่นได้ตามมาตรฐานแต่ขาดความสดใหม่จนไม่สามารถเรียกความตื่นเต้นเหมือนในภาคแรกๆ ของ Wii กลับมาได้
แผ่นข้อมูล
| ชื่อรายการ |
|
|---|---|
| ชื่อดั้งเดิม |
|
| รหัสสินค้า |
|
| หมายเลขสินค้า |
|
| ชุด | |
| ประเภท | |
| แนวเกม | |
| ธีม | |
| ลักษณะเฉพาะ | |
| ภูมิภาค | |
| เขตการขาย | |
| บรรจุภัณฑ์ | |
| เอกสารประกอบ | |
| ผู้พัฒนา | |
| ผู้จัดจำหน่าย | |
| ผู้กระจายสินค้า | |
| สื่อ | |
| จำนวนผู้เล่น | |
| อุปกรณ์เสริม | |
| การจัดระดับ | |
| ราคาวางจำหน่าย |
|
| วันวางจำหน่าย | |
| วันที่เพิ่มเข้าไป |
|